ติดต่อเรา

“ดีป้า” ประกาศความสำเร็จ “บิ๊กแบง 2019” เม็ดเงินสะพัดกว่าพันล้านบาท

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า แถลงความสำเร็จการจัดงานมหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019” ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 – 31 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด สร้างเม็ดเงินสะพัดระหว่างการจัดงาน 1,082 ล้านบาท ผู้แทนสถานทูตกว่า 20 ประเทศร่วมพิธีเปิด กระตุ้นการรับรู้ระดับนานาชาติ ภาครัฐ-เอกชน ตื่นตัวร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวม 10 ฉบับ เบิกทางสู่เมืองอัจฉริยะประเทศไทยด้วยการประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ถึง 27 เขต มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดงานทั้ง 4 วัน มีประชาชนเข้าร่วมงานรวม สูงถึง 584,417 คน

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานว่า งาน Digital Thailand Big Bang 2019 เกิดปรากฏการณ์มากมายในหลาย ๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่ได้รับเกียรติจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งแสดงถึงความสำคัญในระดับประเทศ ส่วนในระดับนานาชาตินั้นมีผู้แทนสถานทูต 24 ประเทศที่มาร่วมพิธีเปิดเช่นกัน ตลอดการจัดงานเราได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรวิทยากรชั้นนำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากทั่วโลกรวมกว่า 300 ท่าน โดย The Next Web และ Creative Talk บูธนิทรรศการน่าตื่นตาจากกว่า 500 หน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่แต่ละหน่วยงานมาจัดแสดงให้ประชาชนได้เปิด ประสบการณ์ใหม่ๆ, กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เกมเสริมทักษะโค้ดดิ้ง “หมูป่า”, กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ E-Edutainment, หุ่นบ๊องประลองพลัง Hebocon, กิจกรรม ASEAN Strartup Hackathon เวทีระดมสมองพัฒนาโซลูชั่นตอบโจทย์ Smart City ตลอดจนโซน Showcase ทั้ง 3 โซน Digital Economy, Digital Society และ Creativity เปิดไอเดียการปรับใช้ Drone เข้ากับบริบทต่าง ๆ, ประชาชนได้ทดลองนั่ง Hyperloop และ คอนเสิร์ตที่มี Robot KUKA ร่วมเล่นกับศิลปินจาก Smallroom เป็นต้น

“ด้วยจากความตั้งใจในการจัดงานปีนี้ ที่อยากจะสร้างประสบการณ์ตรงด้านดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ผนวกกับการบรรยายโดยนักพูดชื่อดังจากทั่วโลก ทำให้ปีนี้ มีผู้ร่วมงานมากกว่าทุกปีที่ผ่านมารวมทั้งทางผู้ที่มีส่วนร่วมในออนไลน์ และ มาร่วมในงานรวมกว่า 584,417 คน ซึ่งบรรลุเกิดกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ในด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจนั้น สามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนระหว่างการจัดงานกว่า 514 ล้านบาท จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกบูธกว่า 500 บูธ เกิดคู่เจรจาทางธุรกิจถึง 838 ราย สร้างเม็ดเงินสะพัดตลอดการจัดงานกว่า 1,082 ล้านบาท” ผอ.ใหญ่ดีป้า กล่าวเสริม

​ด้าน นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กลุ่มงานเศรษฐกิจดิจิทัล) กล่าวถึงความร่วมมือที่เกิดขึ้นภายในงานว่า “งาน Digital Thailand Big Bang 2019 ได้เกิดบันทึกข้อตกลงเพื่อความร่วมมือระดับนานาชาติด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ หน่วยงานระดับนานาชาติ ถึง 9 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ เป็นบันทึกความร่วมมือระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ กระทรวงสาธารณสุข รวม 10 ฉบับ สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงมีขึ้นทั้งในพิธีเปิด โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยาน และพิธีปิดของงานมีรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นสักขีพยาน

​นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ได้มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ทอัพอาเซียน ASEAN Startup Hackathon ในงานด้วย เป็นเวทีให้สตาร์ทอัพ ได้นำเสนอแนวคิดและแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนานวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน”

สำหรับภาคการศึกษา ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กลุ่มงานสังคมและกำลังคนดิจิทัล) เปิดเผยว่างานในปีนี้ นอกจากจะได้รับความสนใจในภาคการศึกษาเป็นจำนวนมาก ทั้งในการร่วมออกบูธนิทรรศการที่ได้แสดงผลงานการพัฒนาเทคโนโลยีของนักศึกษา รวมถึงในลานโค้ดดิ้ง การ์เด้น ซึ่งได้รวบรวมกลุ่มโรงเรียนร่วมพัฒนา กลุ่มโรงเรียน Maker Space เอง ที่ได้ให้เยาวชนแสดงออกถึงความเข้าใจในเรื่องการโค้ดดิ้ง การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลออกมาเป็นผลงานต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ รวมกว่า 50 ผลงาน มีเยาวชนจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าร่วมชมงานตลอด 4 วัน เกือบ 4,000 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวในการเสริมทักษะเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลในภาคของสถาบันการศึกษาของประเทศไทย

ทั้งนี้ภายในงานยังได้มีการประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กลุ่มงานโครงการพิเศษ) ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 มีพิธีมอบใบประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะประเทศไทย โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยาน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ในการทุ่มเทผลักดันเมืองอัจฉริยะของไทย และเกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เราได้ประการถึง 27 เขต ใน 22 จังหวัด ครบถ้วนทั้ง 5 ภูมิภาค ทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 7 เขต, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 เขต, ภาคกลางและตะวันตก 1 เขต, ภาคตะวันออก 6 เขต และ ภาคใต้ 8 เขต โดยทั้ง 27 เขต มีความพร้อมในการพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ เพื่อขอรับการพิจารณาเป็นเมืองอัจฉริยะจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งการประกาศเขตในครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ในการทุ่มเทผลักดันเมืองอัจฉริยะของไทย และเกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม

​นอกจากนี้งาน Digital Thailand Big Bang 2019 มีความหมายสำหรับโครงการ World Expo 2020 Dubai ด้าน ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (กลุ่มยุทธศาสตร์และบริหาร) กล่าวว่า บูธ World Expo 2020 Dubai ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ประชาชนได้สอบถามถึงการก่อสร้างที่ต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่ร้อน และ ประชาชนจำนวนหนึ่งสนใจที่จะเดินทางไปเยี่ยมชมอาคารแสดงประจำประเทศไทยด้วยตนเองด้วย ปัจจุบันอาคารแสดงประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความคืบหน้ามากที่สุดเป็นลำดับต้น ๆ และเป็นเพียงสามประเทศในเอเชียที่เริ่มการก่อสร้างแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงาน

​โดยต่อจากนี้ก็จะเข้าสู่การนำถอยหลังวันงานภายใต้แคมเปญ One Year to Go ที่จะมุ่งเน้นเชิญชวนให้คนในสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมกับ Thailand Pavilion มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา คนทำงานหรือผู้สูงอายุ เพราะกิจกรรมมีตั้งแต่ การประกวดออกแบบชุดของเจ้าหน้าที่ การประกาศรับสมัครเยาวชนอาสาสมัครร่วมเป็นตัวแทนคนไทยในอาคารแสดงประเทศไทย รวมไปถึงการเปิดรับผลิตภัณฑ์สินค้าไทยมีคุณภาพเพื่อไปร่วมจัดแสดงในงานและเปิดตลาดในแถบตะวันออกกลาง

ดร.ณัฐพล กล่าวเสริมในตอนท้ายว่า งาน Digital Thailand Big Bang 2019 ปีนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เกิดเป็นปรากฏการณ์ “รวมผลคนดิจิทัล” ครั้งยิ่งใหญ่ โดยในปีนี้ภายใต้ธีม ASEAN Connectivity จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาดิจิทัล และการนำดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ร่วมกันในอาเซียน นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดแรงผลักดัน สนับสนุน ดิจิทัลสตาร์ทอัพ และอุตสาหกรรมเกษตร ภาคธุรกิจดิจิทัล ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ผู้สูงวัย SME ในพื้นที่เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะทั้ง 22 จังหวัด และขยายไปทั่วประเทศในอนาคตอันใกล้

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *