web analytics

ติดต่อเรา

กรมการขนส่งทางบก บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการเปลี่ยนรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐาน”

กรมการขนส่งทางบก จับมือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ขนส่ง จำกัด และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพิ่มศักยภาพแก่ผู้ประกอบการขนส่ง
ร่วมกำหนดมาตรการสนับสนุนและส่งเสริมการให้บริการด้วยรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐาน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและการให้บริการด้วยรถโดยสารสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด นางอรนุช ศิรประภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารเปลี่ยนเป็นรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยและการให้บริการด้วยรถโดยสารสาธารณะแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะของประชาชน กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งนำรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานมาให้บริการประชาชน ทดแทนรถตู้โดยสาร กำหนดระยะเวลาดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน โดยให้ผู้ประกอบการเริ่มทยอยเปลี่ยนรถโดยสารขนาดเล็ก ทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ดังนี้ รถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 2 ที่วิ่งเส้นทางกรุงเทพ-ต่างจังหวัด และรถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 3 วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดกับจังหวัดที่มีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา ส่วนรถตู้โดยสารประจำทาง หมวด 1 ที่วิ่งเส้นทางในเขตกรุงเทพและปริมณฑล หมวด 3 ที่วิ่งเส้นทางระหว่างจังหวัดกับจังหวัดที่ไม่มีจุดจอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทาง และหมวด 4 ที่วิ่งในท้องที่ จะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ รถโดยสารขนาดเล็กที่นำมาทดแทนต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยเป็นรถโดยสารมาตรฐาน 2 (จ) จำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง (ที่ไม่ใช่ลักษณะรถตู้) และรถโดยสารมาตรฐาน 2 (ค) จำนวนที่นั่งตั้งแต่ 21 – 30 ที่นั่ง ซึ่งรถทั้งสองมาตรฐานจะมีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรง ทำให้มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น พร้อมกำหนดให้ติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ เช่น ระบบเบรกแบบ ABS (Anti-lock Brake System) หรือระบบห้ามล้อแบบอื่นที่มีมาตรฐานเท่ากันหรือสูงกว่า ติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์แสดงผลความเร็ว (Speed Monitor) มีทางออกฉุกเฉิน ค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิง เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมีการปรับตัวด้วยการปรับจำนวนรถในเส้นทางตามสัดส่วนจำนวนที่นั่งรถโดยสารขนาดเล็กที่เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนที่นั่งในรถตู้โดยสาร โดยไม่ให้กระทบกับความสามารถในการรองรับจำนวนผู้โดยสาร ทำให้ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการเริ่มนำรถโดยสารขนาดเล็กมาให้บริการทดแทนรถตู้โดยสารหมวด 2 และหมวด 3 ที่ครบอายุการใช้งานแล้วจำนวนทั้งสิ้น 70 คัน เป็นเส้นทาง หมวด 2 จำนวน 28 คัน และหมวด 3 จำนวน 42 คัน อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบกให้ความสำคัญและพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในการเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็กในทุกประเด็น โดยไม่ให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ จึงร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการพัฒนาระบบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะ ภายใต้ “โครงการเปลี่ยนรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐาน” เพื่อสนับสนุนให้มีการใช้ยานพาหนะในการเดินทางอย่างปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการให้แก่ประชาชน

ด้าน นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ตามนโยบายของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กำหนดให้เปลี่ยนรถตู้โดยสารที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี เป็นรถโดยสารขนาดเล็กที่มีมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดย บขส. ขานรับนโยบายดังกล่าวทันที และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็กทดแทนรถตู้โดยสารที่มีอายุใช้งานเกิน 10 ปีแล้วในหลายเส้นทาง เช่น เส้นทางกรุงเทพ-กำแพงเพชร, กรุงเทพ-ตราด, กรุงเทพ-พัทยา, จันทบุรี-ระยอง, นครศรีธรรมราช-หาดใหญ่, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-เกาะช้าง รวมถึงเส้นทางจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา 3 เส้นทาง ไปยังตราด, ระยอง, ชลบุรี ที่เปิดให้บริการตามนโยบายรถโดยสารเชื่อมสนามบินสู่ชุมชนของกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้ บขส. จะทยอยเปลี่ยนรถตู้โดยสารให้ครบถ้วนทุกเส้นทางเพื่อเป้าหมายความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการสนับสนุนเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้น นางอรนุช ศิรประภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงมาตรการดังกล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกสินเชื่อ Krungthai Mini Bus สนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ประกอบการรถตู้โดยสารเพื่อเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็กที่ได้มาตรฐาน โดยมีวงเงินกู้สูงสุดต่อราย 20 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด MRR-1.5% ต่อปี สามารถใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงิน แทนการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งยังให้สินเชื่อเพื่อชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถโดยสาร และประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินกู้ วงเงินโครงการรวม 2,000 ล้านบาท

ด้าน นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. จะให้การค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารที่ได้รับอนุมัติแล้วจากธนาคารฯ ตามโครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร” โดยผู้ประกอบการขนส่งต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขภายใต้โครงการค้ำประกันที่ บสย. มีอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะได้กำหนดให้มีขึ้นต่อไปในอนาคตเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางบกพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป้าหมายการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะอย่างปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแล้ว ยังได้ประสานภาคอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อจัดหาและนำเข้ารถโดยสาร
ขนาดเล็กจากต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมประกอบและผลิตรถโดยสารขนาดเล็กในประเทศให้มีความพร้อมรองรับความต้องการของภาคประกอบการขนส่ง และนอกจากความปลอดภัยด้านมาตรฐานตัวรถแล้ว มาตรฐานการบริหารจัดการของผู้ประกอบการยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย จึงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากรูปแบบรายย่อย เป็นรูปแบบนิติบุคคลหรือสหกรณ์เพื่อการเดินรถ ที่มีการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ พร้อมกำหนดมาตรการในการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยและการให้บริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เช่น รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบตั๋วร่วม (e-Ticket System) โดยในอนาคตเตรียมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้อย่างเท่าเทียม เพื่อการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะที่มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ความปลอดภัย จูงใจให้ประชาชนมาใช้ระบบรถโดยสารประจำทางสาธารณะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *