web analytics

ติดต่อเรา

EEC CO-WORKING SPACE ติดปีก SMEs-สตาร์ทอัพไทย ยกระดับธุรกิจสู่ยุค 4.0

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ด้วยจำนวนกว่า 2.78 ล้านราย หรือคิดเป็น 98% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 11.7 ล้านคน คิดเป็น 80.4% ของการจ้างงานทั้งหมด สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 4.2 ล้านล้านบาท ด้วยเหตุนี้ การยกระดับความสามารถและเอื้ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการพันธุ์เล็กเหล่านี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ภาครัฐให้ความสำคัญมาโดยตลอดมาทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้พวกเขาอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้

EEC CO-WORKING SPACE ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆนี้ ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นตัวอย่างล่าสุดของความพยายามดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งมุ่งหวังที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี รองรับการลงทุนของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) แผนยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0

          นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กล่าวว่า โครงการ EEC CO-WORKING SPACE นี้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นการสร้างคอมมูนิตี้เปิดโอกาสคนกลุ่มนี้ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างกัน โดยมีการพัฒนาโกลบอลดิจิทัลแพลทฟอร์มที่ชื่อว่า “KLONN” (กลอน) ขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมหรือลงทุนกับโครงการ EEC จากทั่วทุกมุมโลกให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อเจ้าของเทคโนโลยีและผู้ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีนั้นๆ ในพื้นที่ EEC และหากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จก็มีแผนจะต่อยอดโครงการนี้ไปยังระยองและฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอีก 2 จังหวัดของพื้นที่โครงการ EEC อีกด้วย

ด้าน นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เสริมว่า โครงการนี้เป็นแนวคิดที่ได้รับมอบหมายจากนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงสตาร์ทอัพ (Startup) ที่จะเน้นการยกระดับให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภูมิภาคและอุตสาหกรรมเป้าหมาย เนื่องจากกิจการเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอนาคต

          EEC CO-WORKING SPACE ตั้งอยู่ภายในโครงการไอเพลส พาร์ค แหลมฉบัง (iPLACE PARK Laem Chabang) บนพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมเปิดให้บริการแล้วด้วยพื้นที่ใช้สอยรวม 250 ตารางเมตร ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ทั้งการให้เช่าพื้นที่แบบรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และรายปี เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) เพียง 1 กิโลเมตร และยังเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมหลักหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟแหลมฉบัง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.iplace.global หรือโทร. 095 828 2288

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *