web analytics

ติดต่อเรา

Benewsonline.com

เล่าข่าวทั่วไป พร้อม Tips ไลฟ์สไตล์อย่างมีสาระ

Benewsonline.com

เล่าข่าวทั่วไป พร้อม Tips ไลฟ์สไตล์อย่างมีสาระ

Uncategorized

‘เอพี ไทยแลนด์’ จัดปฐมนิเทศนักศึกษาโครงการ “เอพี โอเพ่น เฮ้าส์ 2017” โดยสถาบันเอพี อะคาเดมี่ แชร์ประสบการณ์ตรง จาก CEO

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย โดย นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จัดงานปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษาทั้ง 50 คนจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเข้าสู่การฝึกงานอย่างเข้มข้นกับโครงการ “เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 – ชีวิตจริงยิ่งกว่าทฤษฎี” ปีที่ 2 ตลอดระยะเวลา 2 เดือน

ภายใต้การดูแลของ “เอพี อะคาเดมี่” (AP Academy) สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศโดย บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการก่อสร้าง การตลาดและการขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้ลงมือปฏิบัติจริง และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่สามารถหาได้จากห้องเรียนทั่วไป

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าว “เอพี มีนโยบายที่มุ่งมั่นในเรื่องของการสร้าง ‘คน’ เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของเราให้กับน้องๆ อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกระดับการศึกษาให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

เพราะเราตระหนักว่าการทำงานจริงไม่เหมือนกับทฤษฎีที่เรียนในตำรา สถาบัน ‘เอพี อะคาเดมี่’ จึงได้จัดโครงการ ‘เอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017’ ขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยมีเป้าหมายในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้พัฒนาความคิดและทักษะผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ สร้างประสบการณ์การทำงานจริงและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ และให้น้องๆ ได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง พัฒนาให้อนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งยังหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไกลไปในระดับนานาชาติ”

หลักสูตรฝึกงานของเอพี โอเพ่นเฮ้าส์ 2017 มีสองโปรแกรมฝึกงานสำคัญ ได้แก่ โปรแกรมวิศวกรรมโยธา ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งความพิเศษในปีนี้ คือ เน้นความรู้ด้านกระบวนการการก่อสร้างในแนวราบ และโปรแกรมด้านการตลาดและการขาย ที่เปิดเป็นปีแรก ซึ่งจะทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้อย่างครบวงจรมากขึ้น

โดยเน้นให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจและทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อสิ้นสุดโครงการนิสิตนักศึกษา จะได้รับใบประกาศนียบัตรจากเอพี อะคาเดมี่ สำหรับนิสิตนักศึกษาจำนวน 4 คนที่มีผลการฝึกงานที่โดดเด่นยังจะได้รับโอกาสจาก บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (Mitsubishi Estate Group หรือ MEC) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศญี่ปุ่น พันธมิตรทางธุรกิจของเอพี

เพื่อเรียนรู้การทำงานที่นอกเหนือจากที่ได้เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย ซึ่งเอพีหมายมั่นว่านักศึกษาเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตที่จะร่วมพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวไกลได้มาตรฐานสากล

นายกิตติวุฒิ ตันติวุฒิกิตติ นิสิตชั้นปีที่ 4 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในนักศึกษาฝึกงานโปรแกรมฝึกงานด้านวิศวกรรมโยธา กล่าวว่า “ตอนแรกไม่ได้คิดจะสมัครโครงการนี้ เพราะคนรอบข้าง ต่างบอกว่า จบแล้วให้ทำงานเลย จะเสียเวลาทำไม แต่ผมตัดสินใจสมัคร เพราะอยากได้ประสบการณ์ ก่อนไปทำงานจริง แต่เมื่อได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ก็รู้สึกว่าตนเองตัดสินใจไม่ผิด

ทั้งผู้บริหารที่มีความเป็นกันเอง ได้มีโอกาสพูดคุยปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงความรู้ต่างๆ ที่รุ่นพี่วิศวกรในเอพีนำมาแชร์ เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน และผมคิดว่าระยะเวลาอีก 2 เดือนที่จะมาถึง จะสามารถพัฒนาตนเอง และนำความรู้ที่ได้จากโครงการ ไปพัฒนาอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ให้ดีขึ้นครับ”

ขณะที่ นางสาวกาญจนาพร เหลืองขจรวิทย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เข้าร่วมโปรแกรมฝึกงานด้านการตลาดและการขาย กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจเอพีมาก เพราะเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง และให้โอกาสได้เข้ามาพัฒนาตนเองเรียนรู้จากการได้ลงมือทำจริง และยังได้พบกับ ซีอีโอ ของบริษัท ก่อนหน้านี้รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พอได้เจอแล้วก็รู้สึกเหมือนได้เจอรุ่นพี่

เพราะได้เรียนรู้จากคำสอนหลายๆ อย่าง เช่น ประโยคที่กล่าวว่าเราไม่ได้ขายบ้าน แต่เราสร้างความฝันของคนอยากมีบ้านให้เป็นความจริง และบอกว่าต้องทำให้ดีให้เต็มที่ เป็นประโยคที่ถูกเน้นย้ำหลายครั้งมาก ทำให้เห็นว่าเอพีใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นหลักในการทำงานที่ดี ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตนเองว่า เวลาทำอะไร อย่ามองแค่ตัวเอง แต่ให้มองว่าคนอื่นต้องได้อะไรดีๆ จากสิ่งที่เราทำด้วย ตั้งใจว่าจะนำหลักการนี้ไปใช้ในการทำงานในอนาคต”

 

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *