web analytics

ติดต่อเรา

Benewsonline.com

เล่าข่าวทั่วไป พร้อม Tips ไลฟ์สไตล์อย่างมีสาระ

Benewsonline.com

เล่าข่าวทั่วไป พร้อม Tips ไลฟ์สไตล์อย่างมีสาระ

CAR

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พร้อมอวดโฉมยนตรกรรมพรีเมียมล่าสุด ตอกย้ำพลังแห่งทางเลือกในงาน BMW Xpo 2022

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยกระดับสุดยอดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ด้วยมหกรรมประจำปีสำหรับคนรักบีเอ็มดับเบิลยูในงาน BMW Xpo 2022 มอบความตื่นตาตื่นใจด้วยยนตรกรรมระดับพรีเมียมดึงที่สุดแห่งประสบการณ์สไตล์บีเอ็มดับเบิลยูให้ลูกค้าและแฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ด้วยธีมการฉลองครบรอบ 50 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู M ตอกย้ำความมุ่งมั่นและความหลงใหลในตำนานมอเตอร์สปอร์ตพร้อมการเปิดตัวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุด และข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน พ.ศ. 2565

มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทยมุ่งมั่นส่งมอบที่สุดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และพลังแห่งทางเลือกให้กับลูกค้า เมื่อทุกคนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เรามุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมศาสตร์แห่งศิลป์เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้า ส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของผู้บริโภค (Net promoter score) ด้านการขายและการบริการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ส่งผลให้เราสร้างผลงานครั้งประวัติศาสตร์ด้านยอดจดทะเบียนตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาในปี 2565 และครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์เซกเมนต์พรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในเดือนมกราคมถึงสิงหาคมรวม 9,317 คัน ทะยานสู่ส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์พรีเมียมที่ 41.7% ความสำเร็จในครั้งนี้ได้เป็นข้อพิสูจน์อีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการนำเสนอนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุก ๆ ด้านอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด”

การจัดงานในปีนี้ยังเป็นการร่วมฉลอง 50 ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู M สะท้อนจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของยนตรกรรมสมรรถนะสูงระดับตำนานที่โดดเด่นเหนือใคร และเราเชื่อว่ามหกรรมBMW Xpo 2022 จะเปิดโอกาสให้บีเอ็มดับเบิลยูได้ใกล้ชิดกับลูกค้าในปัจจุบันและกลุ่มคนรักบีเอ็มดับเบิลยูได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญ เรายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกผ่านการต่อยอดอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 4 รุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ,บีเอ็มดับเบิลยู  iX, บีเอ็มดับเบิลยู i4 และมินิ คูเปอร์ เอสอี รวมถึงการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ในวันนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอพลังแห่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าชาวไทย และภายในสิ้นปีนี้ เราจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าในทุกเซกเมนต์ และได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจากบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ สามารถเข้าถึงเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะกว่า 295 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 600 หัวจ่าย”

นอกจากนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งตำนานมอเตอร์สปอร์ตของบีเอ็มดับเบิลยู M ภายในงาน BMW Xpo 2022 ยังจะเผยโฉมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ และบีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive พร้อมเอาใจแฟน ๆ ชาวไทยด้วยการเปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 รุ่นพิเศษ กับบีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupé (M Performance Edition) ทั้งยังตอกย้ำแนวคิด ‘พลังแห่งทางเลือก’ ลูกค้าจะได้พบกับอีกหนึ่งรุ่นย่อยของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iX อย่างบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 นับเป็นอีกก้าวแห่งการเดินทางของบีเอ็มดับเบิลยูสู่อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษรวมพลคนรัก M กับ M Fan Day ให้แฟน ๆ ได้สนุกสนานกับคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากลิปตา ในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นั้นมาพร้อมกับ 3 โทนสีใหม่ของรุ่นที่โดดเด่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R18 และ R18 Classic ได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic, สี Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matte รวมถึงบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ที่มาในเฉดสีใหม่กับความโฉบเฉี่ยวที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ

 

ไฮไลท์จากบีเอ็มดับเบิลยู M Performance Parts

ในงาน BMW Xpo 2022 ลูกค้ายังสามารถเยี่ยมชมบูธบีเอ็มดับเบิลยู M Performance Parts ภายใต้แนวคิด ‘Parts of Joy’ พบกับไฮไลท์การจัดแสดงกล้องบันทึกเหตุการณ์ขณะขับรถ BMW Advance Car Eye 3.0 รุ่นใหม่ซึ่งมาพร้อมความคมชัดภาพระดับ QHD ให้ลูกค้าจองก่อนวางจำหน่ายจริงอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปีนี้ พร้อมเปิดโอกาสพิเศษให้ชาวบิมเมอร์ที่รักการแต่งรถยนต์ได้จับจองชุดแต่งบีเอ็มดับเบิลยู M Performance Parts สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 และรุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย ในราคาพิเศษ และเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้า BMW Lifestyle Collection 2022

 

ข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน BMW Xpo 2022

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู

ลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงาน BMW Xpo 2022 และส่งมอบรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 จะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้*

  • ลูกค้าที่จองรถยนต์ทุกรุ่นในงาน BMW Xpo 2022 จะได้รับเซ็ทของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของบีเอ็มดับเบิลยู M
  • หูฟังไร้สาย Bowers & Wilkins มูลค่า 18,500 บาท สำหรับการจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X4 บีเอ็มดับเบิลยู X5 บีเอ็มดับเบิลยู X6 และบีเอ็มดับเบิลยู X7
  • นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ Garmin Venu 2S มูลค่า 13,690 บาท สำหรับการจองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X1

สำหรับลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่าง ๆ ต่อไปนี้ และมีกำหนดส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 เมื่อทำสัญญาทางการเงินกับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังจะได้รับข้อเสนอพิเศษดังนี้

รุ่น ข้อเสนอ เงื่อนไข
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

· ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปีเต็ม* ·*สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ เช่าซื้อ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน รับข้อเสนอ BMW Protect ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี

สำหรับสัญญาฯ Freedom Choice รับข้อเสนอ BMW Protect ประกันภัยชั้นหนึ่ง สูงสุด 2 ปีเต็ม

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 6 · ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี* · *สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ เช่าซื้อ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน
บีเอ็มดับเบิลยู X1 · ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี*

· อัปเกรด BSI 10 ปีเต็ม เมื่อออกรถพร้อม BSI Ultimate Package 5 ปี*

·*สำหรับลูกค้าที่ออกรถ BMW X1 และทำสัญญาฯ เช่าซื้อ สัญญาฯเช่าซื้อแบบมีบอลลูน สัญญาฯ เช่าทางการเงินและ สัญญาฯ Freedom Choice

*อัปเกรด BSI สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาเช่าซื้อหรือซื้อด้วยเงินสด

บีเอ็มดับเบิลยู X3

บีเอ็มดับเบิลยู X4

บีเอ็มดับเบิลยู X5

บีเอ็มดับเบิลยู X7

· ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด 2 ปีเต็ม* · *สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ เช่าซื้อ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

 

· *สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ Freedom Choice รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) สูงสุด
2 ปีเต็ม

บีเอ็มดับเบิลยู X6 · ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี* · *สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ เช่าซื้อ สัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน และสัญญาฯ เช่าทางการเงิน รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี
บีเอ็มดับเบิลยู i4

บีเอ็มดับเบิลยู iX3

บีเอ็มดับเบิลยู iX

· ฟรี ข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี* · *สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาฯ เช่าซื้อแบบมีบอลลูน สัญญาฯ เช่าทางการเงิน รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี

 

· ข้อเสนอสัญญาฯ Freedom Choice รับข้อเสนอ BMW Protect (ประกันภัยชั้นหนึ่ง) 1 ปี ยกเว้น บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/special-offers/bmwfreedomchoicoffers.html

 

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำความเร้าใจจากแคมเปญ “SET ZERO” กลับมาอีกครั้งตลอดเดือนกันยายน ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์พรีเมียมได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยข้อเสนอดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 5 ปี** พร้อมฟรี BMW Motorrad Protect (ประกันชั้นหนึ่ง) นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่เลือกโลดแล่นไปกับบีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT, R nineT Pure และ R 18

** รุ่นที่เข้าร่วมข้อเสนอพิเศษฯ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS, F 900 R, F 900 XR, S 1000 R, S 1000 XR, S 1000 RR, R 1250 GS และ R 1250 GS Adventure

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw-motorrad.co.th/th/offers/jan2022campaign.html

 

ไฮไลท์รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดในงาน BMW Xpo 2022 

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่

ราคา: 17,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) 

การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงตระกูล M มาพร้อมกับการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ ที่ผสานความหลงใหลในการแข่งรถแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีทันสมัยได้อย่างลงตัว บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นพิเศษในเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมขนาดกลางคันนี้ ผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันทั่วโลก และมาให้ลูกค้าชาวไทยเป็นเจ้าของในจำนวนสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 4 คัน มอบสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยพละกำลัง 405 กิโลวัตต์ / 551 แรงม้า ทุบสถิติรอบเวลาจากการทดสอบในสนามแข่งรถที่เร็วที่สุดสำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ผลิตเพื่อจำหน่าย น้ำหนักที่ลดลงถึง 100 กิโลกรัม ตอกย้ำถึงคุณลักษณะอันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ไม่ว่าจะเป็น Competition (การแข่งขัน) Sport (ความสปอร์ต) และ Lightweight (น้ำหนักเบา) มอบส่วนผสมอันสมบูรณ์แบบระหว่างขุมพลังที่แรงเร้าใจเข้ากับการออกแบบอย่างชาญฉลาด

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ มีความคล้ายคลึงด้านเครื่องยนต์กับบีเอ็มดับเบิลยู M4 GT3 ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงพร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร มอบแรงบิดเต็มสูบสูงถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 2,750 – 5,950 รอบต่อนาที มอบพละกำลังสูงสุด 405 กิโลวัตต์ / 551 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที โลดแล่นด้วยความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เหนือความคาดหมายภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 307 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จับคู่กับระบบเกียร์ 8 จังหวะแบบ Steptronic พร้อม Drivelogic ตอบสนองการทำงานคู่กับเครื่องยนต์ได้ฉับไวไร้ที่ติ

ตัวถังอันแข็งแกร่งและเทคโนโลยีการออกแบบแชสซีได้รับการอัปเกรดในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสะท้อนคุณลักษณะของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง น้ำหนักที่ลดลงจากเบาะแบบ M Carbon Bucket Seat ล้ออัลลอยที่เบาขึ้น และการเลือกใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) มาผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น หลังคา และฝากระโปรงหน้า พร้อมกับการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุใหม่ที่มีน้ำหนักเบาขึ้น ในบริเวณกระจังหน้า ไฟท้าย พรมปูพื้น และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มอบส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะ ความคล่องตัว และความแม่นยำของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงสายพันธุ์ M ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ ยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบช่วงล่าง Adaptive M พร้อมโช้กอัพควบคุมระบบไฟฟ้า พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ และเบรกคาร์บอนเซรามิกน้ำหนักเบา M Carbon พร้อมคาลิปเปอร์สีแดงสด ระบบเบรกที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่น M มอบความมั่นใจสูงสุดขณะขับขี่ด้วยความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมขณะควบคุมเบรกในทุกสถานการณ์ แกนฝาสูบผลิตด้วยเทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ ตอกย้ำความโดดเด่นด้านนวัตกรรมของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงตระกูล M

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ได้แก่ M Drive Professional ที่พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเสริมสัมผัสที่เร้าใจยิ่งขึ้นขณะขับขี่ในสนามแข่ง รวมถึงฟังก์ชัน M Drift Analyser ที่สามารถบันทึกและวิเคราะห์คะแนนความแม่นยำในการเข้าโค้งของผู้ขับขี่ พร้อมระบบ M Laptimer ช่วยบอกเวลาการขับขี่ต่อรอบ รวมถึงข้อมูลการขับขี่อื่น ๆ ในสนามแข่ง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ M Traction Control ที่ปรับระดับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีได้ถึง 10 ระดับตามความต้องการของผู้ขับขี่ก่อนสั่งการให้ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ทำงาน มาพร้อมล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา ลาย Star spoke และยาง Ultra Track ขนาด 19 นิ้วสำหรับล้อหน้าและขนาด 20 นิ้วสำหรับล้อหลัง

บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ แสดงถึงการผสานแนวคิดดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยคงไว้ซึ่งสิ่งที่จำเป็นสำหรับสุดยอดสมรรถนะบนสนามแข่ง นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงการลดน้ำหนักรวมของตัวรถ พื้นผิวคาร์บอนไฟเบอร์ตัดขอบด้วยเส้นสายสีแดงสด ชูรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของยนตกรรมแบบสปอร์ต ชิ้นส่วนตัวถังผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์รวมถึงฝากระโปรงหน้าที่มีส่วนนูนอันเป็นเอกลักษณ์ เส้นสายบริเวณส่วนโค้งถูกตัดขอบด้วยสีแดงเพื่อเน้นรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว และเน้นจุดเด่นของรถแข่ง GT ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้า BMW Laserlight ที่ส่องสว่างเป็นสีเหลืองแทนสีขาวเมื่อปลดล็อกประตูและเมื่อเปิดไฟต่ำและไฟสูง ไฟท้ายแบบ LED โดดเด่นด้วยเส้นแสงที่วิจิตรบรรจงจากเทคโนโลยีเลเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

จุดเด่นของการตกแต่งภายในของบีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ใหม่ คือเบาะนั่งแบบบัคเก็ตซีท M Carbon ซึ่งรวมเอารูปแบบเบาะที่นั่งของรถแข่งเข้าไว้กับโครงสร้างคาร์บอนน้ำหนักเบาสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าโดยมุมพนักพิงสามารถปรับได้ด้วยตนเอง ในขณะที่ความสูงของเบาะนั่งต้องปรับด้วยข้อต่อแบบสกรูเท่านั้น นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู M4 CSL ยังเน้นการตกแต่งกลิ่นอายสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยหนัง M Alcantara เพดานหลังคาสี Anthracite แถบตกแต่งภายในวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และตราสัญลักษณ์ CSL ที่เบาะนั่ง คอนโซลกลาง แผงคอนโซลหลัง และจอแสดงผล M การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งทำให้เข็มขัดนิรภัยรองรับการยึดได้หลายจุด แผงควบคุมบนคอนโซลกลางยังมีปุ่ม M Mode มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใช้สำหรับตั้งค่าการตอบสนองและรูปแบบของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ต่าง ๆ ส่วนมาตรวัดและหน้าจอ Head-up Display แสดงข้อมูลระหว่างการขับขี่ในสภาวะต่าง ๆ ตามสไตล์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงตระกูล M

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่

ราคา: 4,239,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard) 

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ ต่อยอดความเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตคอมแพ็ค สะกดสายตาด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นและเทคโนโลยีแชสซีที่ล้ำสมัย รถสปอร์ตคอมแพ็คสี่ที่นั่งเต็มไปด้วยบรรยากาศระดับพรีเมียมภายในห้องโดยสาร พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อปฏิบัติการต่าง ๆ และยังมอบระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันยิ่งกว่าเคย

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ ส่งพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียงขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo มอบพละกำลังสูงสุดที่ 275 กิโลวัตต์ / 374 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ส่งให้รถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.3 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบเกียร์ 8 จังหวะแบบ Sport Steptronic มาเป็นมาตรฐาน จึงเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำเฉียบคมยิ่งขึ้น แป้น paddle shift บนพวงมาลัยทำงานควบคู่กับฟังก์ชัน Launch Control เพิ่มพลังความแรงสูงสุดในช่วงออกตัว และเพิ่มฟังก์ชัน Sprint สำหรับการออกตัวอย่างรวดเร็ว

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ ปรับความแข็งแกร่งของโครงสร้างเหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 12% มาพร้อมการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 และระบบอากาศพลศาสตร์ที่ถูกตั้งค่าอย่างเหมาะสมเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุด พร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive M และระบบกันสะเทือนควบคุมด้วยไฟฟ้า ระบบเบรกและระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบ M Sport องค์ประกอบสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ ที่โดดเด่นกว่ารุ่นก่อนหน้า คือความปราดเปรียว การขับขี่ที่แม่นยำ และไดนามิกในการเข้าโค้ง มาพร้อมวิศวกรรมแชสซีขั้นสูงที่ต่อยอดมาจากบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 4 รวมถึงเพลาหน้าสปริงสตรัทสองข้อต่อและเพลาหลังแบบ five-link ที่ออกแบบให้แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา โช้กอัพปรับแต่งโดยเฉพาะมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อมอบการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจและความสบายขณะขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ มาพร้อมล้ออัลลอย M น้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี และยางรันแฟลต

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสปอร์ตคอมแพ็ครุ่นนี้มาพร้อมหลังคาทรงเพรียว และกระโปรงหลังที่ออกแบบให้สั้นลงเพื่อเน้นสปอยเลอร์หลังให้เด่นชัดยิ่งขึ้น กระจังหน้าทรงไตคู่แนวนอนแบบใหม่มาพร้อมกับแผ่นปิดช่องลมแนวตั้งที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าเสริมฟังก์ชันพิเศษในการระบายความร้อนเครื่องยนต์ ไฟหน้า Adaptive LED พร้อมไฟสูงแบบ BMW Selective Beam ให้ความสบายตา และเสริมความเข้มด้วยไฟท้าย LED แนวยาวสีใหม่ออกแบบเฉพาะเพื่อสะท้อนความปราดเปรียวอย่างมีสไตล์

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่คงความสปอร์ตด้วยห้องโดยสารที่เน้นความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่ พร้อมคอนโซลกลางและแผงควบคุมล้ำสมัย เบาะนั่ง M Sport ปรับไฟฟ้า พวงมาลัยหนัง M ภายในตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Rhombicle Anthracite M เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตสุดเร้าใจ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติสามโซน ไฟส่องสว่างรอบห้องโดยสาร หลังคากระจกแบบไฟฟ้า พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เบาะหลังสองที่นั่งออกแบบสไตล์สปอร์ต มอบความ
เป็นส่วนตัวสำหรับผู้โดยสาร

บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่ มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ล้ำสมัยครบครัน รวมถึงระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องทางเดินรถ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพด้านหลัง และระบบ BMW Drive Recorder ในขณะที่ระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 8 ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน บีเอ็มดับเบิลยู M240i xDrive ใหม่มอบความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วยบริการดิจิทัลล้ำสมัยทั้งระบบ BMW Intelligent Personal Assistant, กุญแจดิจิทัล,ระบบ Connected Music, ระบบอัปเกรดซอฟต์แวร์ระยะไกล และแท่นชาร์จแบบไร้สาย ทั้งยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ควบคุมได้ดังใจด้วยระบบ BMW iDrive พร้อมจอระบบสัมผัสขนาด 14.9 นิ้วและแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว รวมอยู่ใน BMW Live Cockpit รวมถึงระบบนำทางบนคลาวด์ ระบบ Apple CarPlay และ ระบบ Android Auto

 

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ใหม่
ราคาจำหน่าย: 4,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู iX มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าใหม่ล่าสุด พร้อมความล้ำยุคด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่ออีกมากมาย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานยิ่งขึ้น มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฟฟ้าซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมรรถนะการขับขี่ในระยะยาวไกลยิ่งขึ้นและอัตราเร่งที่ทรงพลังด้วยความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.1 วินาที บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ส่งพละกำลังรวมสูงสุด 240 กิโลวัตต์ / 326 แรงม้า ระบบ BMW eDrive เจเนอเรชั่นที่ห้านี้ยังทำงานพร้อมเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุด มอบระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTP สูงสุดถึง 425 กิโลเมตร สร้างแรงบิดรวมได้สูงสุดถึง 630 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แรงดันสูงในบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 มีความจุพลังงานสุทธิ 76.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จแบบ DC ได้สูงสุด 150 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จจาก 0% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 46 นาที

เทคโนโลยีแชสซีที่ใช้ในการพัฒนาบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ประกอบด้วยเพลาหน้าแบบปีกนกคู่ เพลาหลังแบบ five-link ช่วงล่างแบบปรับระดับได้ และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถขณะขับขี่ (Servotronic) แปรผันตามการหมุนและความเร็ว มาพร้อมระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า ระบบปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งหรือเลี้ยว (Integral Active Steering) และเบรกแบบสปอร์ต ล้อ aerodynamic ขนาด 22 นิ้ว แบบสลับสี ขัดเงาสามมิติ เสริมด้วยยางล้อลดเสียงรบกวนที่มีชั้นโฟมบริเวณพื้นผิวด้านในเพื่อลดการเกิดเสียงได้รับการติดตั้งเป็นมาตรฐาน

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำใครของบีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 คือ ดีไซน์ภายนอกที่มีเส้นสายการออกแบบชัดเจนทรงพลัง แต่ยังคงความเรียบง่ายและบึกบึนสไตล์ SAV รายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ สื่อถึงความประณีตและความหรูหราล้ำยุค โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่เกือบปิดทึบ สะท้อนถึงนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัย ส่วนกล้องและเรดาร์เซนเซอร์ฝังอยู่ภายใต้พื้นผิวของกระจังหน้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายที่เรียวยาวที่สุดของบีเอ็มดับเบิลยู มือจับประตูที่เปิดด้วยการกดปุ่ม หน้าต่างไร้ขอบ และประตูท้าย
สอดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่หน้ารถจรดท้ายรถโดยไม่มีช่องว่าง

การออกแบบภายในห้องโดยสารมุ่งนำเสนอแนวคิดของการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ พื้นที่กว้างขวางและเบาะที่นั่งแบบใหม่พร้อมพนักพิงศีรษะเสริมความหรูหรายิ่งขึ้น คอนโซลกลางมาในดีไซน์เฉียบไม่แพ้เฟอร์นิเจอร์หรู ปุ่มควบคุมระบบสัมผัสและระบบเปลี่ยนเกียร์แบบ rocker switch เติมเต็มความทันสมัยยิ่งขึ้นภายในห้องโดยสาร พร้อมเน้นย้ำถึงการออกแบบห้องโดยสารเพื่อผู้ขับขี่ด้วยจอ BMW Curved Display พวงมาลัยทรงหกเหลี่ยมและจอ Head-Up Display

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฟิลเตอร์นาโนไฟเบอร์กรองอากาศบริสุทธิ์ ควบคุมผ่านจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ซึ่งใช้ควบคุมการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร รวมถึงระบบทำความร้อนที่เบาะนั่งและพวงมาลัย มาพร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมคุณภาพเสียงทรงพลังยิ่งขึ้น อย่างระบบเสียงรอบทิศทางคุณภาพสูง Harman Kardon Surround Sound System ที่ฝังอยู่ในพนักพิงศีรษะ และระบบเสียงแบบ 4D ที่มีฟังก์ชั่นสั่นตามเสียงเบสในเบาะหน้า

 

บีเอ็มดับเบิลยู iX xDrive40 ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และนวัตกรรมหลากหลายเหนือกว่ารถยนต์
บีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่น พร้อมเซนเซอร์เจเนอเรชั่นใหม่ ซอฟต์แวร์ใหม่ และแพลตฟอร์มในการประมวลผลที่ทรงพลัง
ใช้กล้อง 5 ตัว เรดาร์เซนเซอร์อีก 5 ตัว และอัลตร้าโซนิกเซนเซอร์ 12 ตัวในการตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบคัน ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go รวมถึงอีกสองระบบใหม่ล่าสุด เสริมการทำงานของระบบที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานอย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ รุ่น Plus (Parking Assistant Plus) ประกอบด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) แสดงภาพพื้นที่โดยรอบของรถให้เห็นแบบสามมิติผ่านระบบ Remote 3D พร้อมด้วยระบบ BMW Live Cockpit Professional และ BMW Intelligent Personal Assistant

ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังได้ถึง 5 สไตล์ตามความต้องการ ได้แก่ Alpine White, Black Sapphire, Phytonic Blue, Sophisto Grey, Blue Ridge Mountain

 

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition)

ราคาจำหน่าย: 2,259,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) อวดโฉมอันน่าตื่นตาตื่นใจด้วยเค้าโครงที่โฉบเฉี่ยวกว่าเคย พร้อมกระจกประตูข้างแบบไร้กรอบทั้ง 4 ประตู ไฟท้ายทรงเพรียวบางที่จัดเรียงตามแนวนอน แต่งด้วยผิวหน้าสีดำ High-gloss Black ที่เชื่อมไฟท้ายทั้งสองข้างเข้าหาสัญลักษณ์บีเอ็มดับเบิลยูตรงกลาง ยิ่งเสริมท้ายรถให้รับกับความหรูหราแบบสปอร์ตในทุกมุม ส่วนการออกแบบท้ายรถก็ยังคงมาดความสปอร์ตเช่นกัน ด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ที่เสริมลุคให้บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) ดูปราดเปรียวทรงพลังยิ่งขึ้น ทั้งยังมีไฟหน้าและไฟท้าย LED ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว ในลาย Double-Spoke และชุดแต่ง M Performance ที่ประกอบด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่แบบ M Performance ในดีไซน์ตาข่ายสีดำเงา ฝาครอบกระจกมองข้างแบบคาร์บอน สปอยเลอร์ด้านท้าย และไฟส่องพื้นประตูรถแบบ LED

ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) ที่แสดงข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้ผู้ขับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องละสายตาจากถนนผ่านระบบหน้าจอดิจิทัล Instrument Cluster ขนาด 10.25 นิ้ว รวมไปถึงจอสัมผัส Control Display ความละเอียดสูง ขนาด 10.25 นิ้ว ที่ตั้งอยู่กลางคอนโซล ทำมุมเข้าหาคนขับเล็กน้อยตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผ่นกรองอากาศระดับอนุภาคช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ในขณะที่ระบบชาร์จอุปกรณ์ภายในรถก็ปรับมาใช้เป็นแบบช่องเสียบ USB Type C ให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) มาพร้อมระบบ BMW Live Cockpit Professional บนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7 ที่สามารถแสดงข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ผ่านวิดเจ็ตที่ปรับเปลี่ยนการแสดงผลและตั้งค่าได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ Remote Software Upgrades ยังช่วยติดตั้งและอัปเกรดฟังก์ชันและบริการดิจิทัลใหม่ ๆ ได้แบบไร้สาย ด้านเทคโนโลยีสื่อสารระหว่างผู้ใช้กับระบบอัตโนมัติรุ่นล่าสุด มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงผ่านระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ที่เรียกใช้งานได้เพียงพูดว่า “Hey BMW” นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน My BMW App ยังช่วยให้ผู้ขับสามารถสั่งการ ตรวจสอบสถานะของรถยนต์ และส่งข้อมูลจุดหมายปลายทางไปยังรถยนต์ได้โดยตรงผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งยังเข้าถึงบริการดิจิทัลอื่น ๆ ของ BMW ConnectedDrive Store ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Apple CarPlay หรือระบบแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ (RTTI) ส่วนการอัปเดทแผนที่นำทางผ่าน USB ผ่านแอปพลิเคชัน My BMW App ได้เช่นเดียวกัน

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) ยังพกเอาความสนุกเร้าใจในการขับขี่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในทุกรายละเอียด ทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่ พร้อมฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว และรูปแบบการขับขี่ที่มีโหมดให้เลือกทั้ง ECO PRO, Comfort, และ Sport  ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน hold อัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง ช่วยลดภาระในการขับขี่ได้แม้ในสภาวะจราจรติดขัด ในขณะเดียวกัน ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ พร้อมกล้องแสดงภาพด้านหลัง ช่วยให้การจอดรถเทียบขนานและออกจากที่จอดรถที่ขนานไปกับถนนเป็นไปอย่างง่ายดาย บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) ยังมาพร้อมกับระบบช่วยถอยรถย้อนกลับในเส้นทางเดิมได้ไกลสูงสุดถึง 50 เมตร

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe (M Performance Edition) ส่งพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัทช์คู่ ให้กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า พร้อมมอบแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งให้ตัวรถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 238 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด 

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 ใหม่ (สีดำ Black Storm Metallic)

ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)   

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 ใหม่ (สีแดง Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matte)

ราคาจำหน่าย 1,114,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)   

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic ใหม่ (สีดำ Black Storm Metallic)

ราคาจำหน่าย 1,209,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)   

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic ใหม่ (สีแดง Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matte)

ราคาจำหน่าย 1,224,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 ใหม่ สีแดง Mars Red Metallic
บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic ใหม่ สีดำ Black Storm Metallic

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่สื่อถึงแก่นแท้ของมอเตอร์ไซค์ในแบบดั้งเดิม การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จึงมอบกลิ่นอายความคลาสสิกได้อย่างถึงอารมณ์ด้วยชิ้นส่วนแฮนด์เมดต่าง ๆ ที่ล้วนตอกย้ำถึงความเรียบง่ายที่ยังคงตอบโจทย์การใช้งานในทุกองค์ประกอบ สัดส่วนที่ลงตัวของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 ยังได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซค์คลาสสิกรุ่นพี่อย่างบีเอ็มดับเบิลยู R 5 ถ่ายทอดออกมาเป็นเอกลักษณ์ความงามที่ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยดีไซน์เปลือยสะกดสายตา บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic พาเหล่าไบค์เกอร์หวนกลับสู่จุดเริ่มต้นสุดคลาสสิกของมอเตอร์ไซค์ทัวริ่งครูสเซอร์ ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู R 18 มาพร้อมกับอุปกรณ์เพิ่มเติมอย่างกระจกบังลมขนาดใหญ่ เบาะผู้โดยสาร กระเป๋าข้าง ไฟหน้า LED เสริม และล้อหน้าขนาด 16 นิ้ว ส่วน R 18 มาพร้อมล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว

หัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 และ R 18 Classic คือเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบขนาดใหญ่ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมันซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ให้ทรงพลังทั้งในด้านดีไซน์และประสิทธิภาพ โดยเครื่องยนต์ 1,802 ซีซีนี้มอบพละกำลังที่เหนือกว่าด้วยกำลังขับสูงสุด 67 กิโลวัตต์ / 91 แรงม้า ที่ 4,750 รอบต่อนาที ส่งแรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที และส่งแรงบิดมากกว่า 150 นิวตันเมตรในระหว่าง 2,000 ถึง 4,000 รอบต่อนาทีได้ตลอดเวลา

บีเอ็มดับเบิลยู R 18 และ R 18 Classic ยังพิเศษด้วยโหมดการขับขี่ที่เหนือระดับกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน มาพร้อม 3 โหมด ได้แก่ “Rain”, “Roll” และ “Rock” ให้เลือกปรับตามความชอบเฉพาะตัว พร้อมเทคโนโลยีด้านการขับขี่ที่ครบครันมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความปลอดภัยด้วยฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมระบบล็อก ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) ทั้งสองรุ่นยังผสานความล้ำสมัยจากยุคปัจจุบันไว้ด้วยเทคโนโลยี เช่น ระบบสตาร์ทแบบไร้กุญแจ (Keyless Ride) ระบบเกียร์ถอยหลัง (Reverse Gear) ระบบสัญญาณกันขโมย ระบบป้องกันรถกระชาก (Anti-hopping Clutch) และระบบ Dynamic Brake Control นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic ยังพกพาระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Electronic cruise control) มาเป็นมาตรฐานอีกด้วย

ระบบช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู R 18 และ R 18 Classic ยังคงความคลาสสิกด้วยการใช้ช่วงล่างแบบเทเลสโคปิกแทนการควบคุมด้วยไฟฟ้า โดยมีคานรับน้ำหนักกลางที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ เพื่อการควบคุมที่เฉียบคมและนุ่มสบาย ระยะยุบตัวโช้คหน้า 120 มิลลิเมตร และระยะยุบตัวโช้คหลัง 90 มิลลิเมตร ระบบเบรกมาพร้อมดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง และคาลิปเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบ พร้อมล้อซี่ลวดที่เสริมลุคให้สะดุดตายิ่งขึ้น ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Black Storm Metallic สีแดง Mars Red Metallic และ สี Manhattan Metallic Matte

 

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (สีดำ Triple Black)
ราคาจำหน่าย 1,035,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
 

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ใหม่ (สี Rally – สีขาว น้ำเงิน แดง)   
ราคาจำหน่าย 1,055,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
 

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (สีดำ Triple Black)   
ราคาจำหน่าย 1,150,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
 

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ (สี Rally – สีขาว น้ำเงิน แดง)   
ราคาจำหน่าย 1,170,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS  ใหม่
บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ สานต่อเอกลักษณ์ความทรงพลัง ผสานกับสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการท่องโลกกว้างทุกรูปแบบ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลา ลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นให้พละกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐาน EU-5 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

โหมดการขับขี่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานสามแบบคือ ‘ECO’, ‘Rain’ และ ‘Road’ เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร (Riding Modes Pro) คือ  ‘Dynamic’, ‘Dynamic Pro’, ‘Enduro’ และ ‘Enduro Pro’ นอกจากนั้น Dynamic ESA (Electronic Suspension Adjustment) ช่วยปรับช่วงล่างด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมปรับระดับโหลดอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และให้สมรรถนะสูงสุด ระบบ Hill Start Control Pro ช่วยออกตัวในทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรคหลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรคในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้รถยังบังคับและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่

ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อกับจอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ติดตั้งมาในรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นกับ BMW Motorrad Multi-Controller ทำให้เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวกยิ่งขึ้นและยังมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB สำหรับการชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ fast charge อีกด้วย

สำหรับเส้นสายในการดีไซน์ของทั้งสองรุ่น ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันดุดันของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยในตระกูล GS โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED สะดุดตา มาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน ในขณะที่ไฟหน้าแบบปรับระดับเอียงตามองศาของรถเมื่อเข้าโค้ง บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS ในสี Rally มาพร้อมล้อซี่ลวดสีทอง ในขณะที่ตัวเลือกสีดำ Triple Black มาพร้อมล้อซี่ลวดสีดำ สะท้อนความแข็งแกร่งทนทานสไตล์ออฟโร้ด ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ในสี Rally มากับล้อซี่ลวดสีทองเช่นเดียวกัน

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *