ติดต่อเรา

ทดสอบขุมพลังความแรงของ BMW X4 ใหม่ และ MINI เต็มรูปแบบในสนามแข่ง

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จัดทริปให้สื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะ BMW X4 ใหม่ล่าสุดในสถานการณ์ที่หลากหลาย พร้อมเปิดโอกาสให้ได้ทดสอบขุมพลังของ MINI John Cooper Works ถึง 4 รุ่น ที่สนามแข่งแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี

เริ่มต้นการทดสอบสำหรับทริปในครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็นสองวัน สำหรับวันแรกจะเป็นการทดสอบ BMW X4 ใหม่ล่าสุด ซึ่งถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที สามารถทำความเร็ว 0 – 100 กิโลเมตรต่อโมงชั่วโมงได้ภายใน 8 วินาที ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยบีเอ็มดับเบิลยู xDrive ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientLightweight บีเอ็มดับเบิลยู X4 ใหม่ จึงมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50 กิโลกรัม และยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.30 ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ภายในเซกเมนต์เดียวกัน ส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 17.9 กม./ลิตรเท่านั้น

ในส่วนมิติรถยนต์ มีความยาวเพิ่มขึ้น 81 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 37 มิลลิเมตร และฐานล้อกว้างขึ้น 54 มิลลิเมตร แต่ลดความสูงของลง ช่วยเพิ่มแอโรไดนามิกส์ให้แก่รถ และยังมีพื้นที่ Leg room ในห้องโดยสารเพิ่มอีกด้วย

สำหรับ X4 โดย BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่นี้ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีความเฉพาะตัว ปราดเปรียวพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ๆ และใช้เอกลักษณ์แบบ Sport Activitity Coupe(SAC) คันแรกในรถยนต์ขนาดกลาง ซึ่งมีการดีไซน์เส้นสายลดหลั่นลงมา บ่งบอกถึงความเป็นรถสปอร์ตคูเป้สุดคลาสสิค

ส่วนภายในห้องโดยสาร ยังคงออกแบบโดยคำนึงถึงผู้โดยสารเป็นสำคัญ ทั้งเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตและเบาะรองเข่าที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หลังคากระจกแบบพาโนรามายังช่วยเสริมให้ภายในตัวรถโปร่งสบายยิ่งขึ้น เติมเต็มความสปอร์ตอีกขั้นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น M Sport เบาะหนังแท้ Vernasca แผงคอนโซลหุ้มหนัง Sensatec ตกแต่งภายในด้วย Aluminium Rhombicle พร้อมแถบโครเมียม ให้ความหรูหราที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

ด้านเทคโนโลยียังคงมีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ iDrive ใหม่ล่าสุด ระบบการสั่งการด้วยเสียงและ BMW Gesture Control รวมถึง BMW ConnectedDrive

มาถึงการทดสอบ เริ่มต้นจากสมรรถนะรถแบบจิมคาน่าในสนามหินกรวดก่อน ซึ่งจะเป็นการให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบสมรรถนะการขับเคลื่อน 4 ล้อผ่านกรวยที่ตั้งอยู่แบบสลาลอม รวมถึงการหักเลี้ยวโค้งกะทันหัน และการจอดรถให้สนิทในจุดที่กำหนด

ซึ่งผู้ขับขี่จะได้สัมผัสถึงตัวรถที่ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัว พวงมาลัยที่ปรับเปลี่ยนน้ำหนักตามการใช้ในในแต่ละสภาวะ มีความเฉียบคมในการเข้าโค้งได้อย่างดีเยี่ยม ระบบการขับขี่แบบ xDrive ที่มีการกระจายระบบส่งกำลังให้ในแต่ละล้อที่แตกต่างกันเพื่อตัวรถเกิดสมดุลในการขับขี่หรือผ่านอุปสักได้อย่างรวดเร็ว และระบบเบรคที่ดีทำให้มั่นใจในการหยุดทุกครั้งดังใจสั่ง จากนั้นกลุ่มสื่อมวลชนได้ย้ายไปทดสอบ ในสนามแข่ง ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้คือการขับขี่ในรูปแบบของ Reverse Track หรือการวิ่งย้อนทางในสนามแข่ง รวมถึงมีจัดเส้นทางการวิ่งแบบแรลลี่ครอสหรือขับกึ่งๆวิบากเพื่อให้รับรู้ถึงสมรรถนะของรถในการขับลุยผ่านทางขรุขระและหลุมสูงต่ำ นอกจากนี้ไฮไลท์อีกอย่าง คือการขับผ่านเนินสูงเพื่อทดสอบระบบ xDrive ที่จะตรวจสอบล้อที่วิ่ง หากมีล้อใดที่วิ่งฟรีไม่ได้สัมผัสพื้น ระบบจะทำการล็อค ล้อที่ยังสัมผัสพื้นเพื่อส่งกำลังให้ล้ออื่นวิ่งแทน รถจะสามารถขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย

 

วันที่สอง เป็นการทดสอบรถ MINI  ถึง 4 รุ่นจากสำนักแต่งคู่บุญอย่าง John Cooper Works (JCW) ซึ่งทั้ง 4 รุ่นทั้ง MINI JCW Convertible , MINI JCW Hatch, MINI JCW Countryman และ MINI JCW Clubman ล้วนใช้เครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า ด้านแรงบิดในรุ่น MINI JCW Convertible และ MINI JCW Hatch ให้แรงบิดสูงสุดที่ 320 นิวตันเมตร ส่วน MINI JCW Countryman และ MINI JCW Clubman ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เพิ่มแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 350 นิวตันเมตร

สำหรับ MINI John Cooper Works Convertible ใหม่นี้ ยังมีไฮไลท์อันโดดเด่นคือหลังคาผ้าแบบอัตโนมัติที่สามารถเปิด-ปิดแบบไร้เสียงผ่านระบบไฟฟ้า พร้อมปรับปรุงให้สามารถลดเสียงการรบกวนจากภายนอก และยังใช้เวลาเปิด-ปิดเพียงแค่ 18 วินาที ด้านการขับขี่ต้องบอกว่าโดดเด่นด้านพละกำลังอย่างจัดเจนไม่ว่า ทั้งการออกตัว การเข้าโค้งที่ให้การตอบสนองได้อย่างดี ออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว เร่งแซงได้อย่างทันใจ แม้ว่าจะขับขี่ในสนามหรือนอกสนามก็ตามพร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้า

ในการทดสอบรถ MINI ทางทีมงานได้จัดให้ทุกคน ได้มีโอกาสรองรถทุกรุ่นโดยการสลับรถเพื่อให้ได้เห็นถึง สมรรถนะของในแต่ละรุ่นว่าเป็นอย่างไรบ้าง ต้องบอกว่าทุกคันยังรักษาคอนเซปต์ go-kart-feeling ไว้ ความแรงตามแบบฉบับของสำนักแต่ง JCW ที่ทำให้แต่ละคันในสนามสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ต่ำกว่า 7 วินาที (6.1 – 6.5 วินาที) พร้อมด้วยความคล่องตัวในการขับขี่ พวงมาลัยและช่วงล่างที่ตอบสนองต่อผู้ขับได้ทันทีทันใด รวมถึงฟีลลิ่งสปอร์ตจากท่อไอเสียปลดปล่อย backfire บ่งบอกขุมพลังที่แฝงอยู่ในรถคันเล็กนี้ว่าพร้อมระเบิดตามใจของผู้ขับได้ทุกเมื่อ และเมื่อต้องการหยุดรถในจังหวะกระทันหัน เบรกของเจ้า MINI ก็สามารถเบรคได้อย่างใจสั่งหยุดได้อย่างมั่นใจ

สรุปสำหรับการทดสอบทั้ง BMW X4 และเหล่า MINI ทั้งสองวัน คงต้องบอกว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงทั้งสองยี่ห้อ หากคุณชอบ SUV ขนาดกลางที่เต็มไปด้วยฟีลลิ่งสุดสปอร์ต พร้อมความหรูหราภายในและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและช่วยในการขับขี่แบบฉบับ BMW X4 ใหม่จะตอบโจทย์คุณ แต่ถ้าคุณชอบรถขนาดเล็ก ขับง่ายคล่องตัวจัด สามารถพาคุณลัดเลาะไปมาบนถนนด้วยความคล่องตัวสูงและยังอัดแน่นด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษอย่าง MINI พ่วงด้วยความแรงตามแบบฉบับของ John Cooper Works รถ MINI คงตอบสนองอะดรีนาลีนความแรงของคุณได้อย่างแน่นอน

BMW X4 xDrive20d M Sport ใหม่ ราคาจำหน่าย 3,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ BSI Standard)

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ ราคาจำหน่าย 3,468,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ราคาจำหน่าย 3,418,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คลับแมน ราคาจำหน่าย 3,548,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ MSI Standard)

 

Comments

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *